ศึกแห่งสายเลือด เมืองทอง-บุรีรัมย์

ทีมฟุตบอลที่โด่งดังของเมืองไทยคงหนีไม่พ้นทั้งสองทีมนี้ คือ ทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด และทีมบุรีรัมย์ ที่ลงสนามพบเจอกันเมื่อใดต้องดุเดือด ด้วยพลังแห่งความเป็นหนึ่งของทั้งคู่ ทำให้ทุกครั้งที่มีการแข่งขันกัน มีแฟนบอลมาให้กำลังใจกันเต็มสนาม เรียกได้ว่าเป็น การแข่งขันที่สมน้ำสมเนื้อกันเลยทีเดียว

วันที่5 พฤษภาคม ปี2010 เป็นการพบเจอกันครั้งแรกของทั้งสองทีมในรายการไทยพรีเมียร์ลีก การแข่งขันในครั้งนั้นผลปรากฏว่า เสมอกัน ไปด้วยคะแนน 0-0 คงเตรียมตัวมายังไม่พร้อมของทั้งคู่ ทำให้ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ และน่าเสียดายไม่มีใครสามารถทำประตูได้เลย ทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด เริ่มก่อตั้งในปี 1989 ในตอนนั้นได้ใช้ชื่ออื่นก่อนจะมีการเปลี่ยนชื่อเป็นทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ในปี  2007 และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน ทีมเมืองทองสามารถคว้าแชมป์ไทยลีกมาได้ถึง 4 สมัยนับว่าเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทีม นักเตะตัวท๊อปในทีมมี 2 คน คือธีรศิลป์ แดงดา เขาพาทีมคว้าชัยชัยในได้ในหลายครั้ง จนได้รับการโหวตจากแฟนบอลว่า เขาเป็นกองหน้าที่เก่งที่สุดในไทย ณ ปัจจุบัน และอีกคนคือธีราทร บุญมาทัน  เขาเคยอยู่ทีมคู่แข่งอย่างทีมบุรีรัมย์มาก่อน และมีเหตุที่แฟนบอลชาวบุรีรัมย์ต้องซับน้ำตาด้วยความเสียดาย เมื่อธีราทรตัดสินใจย้ายไปอยู่ทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด แต่เขาก็ได้สร้างผลงานให้กับทีมเมืองทองอย่างมากมาย พาทีมคว้าแชมป์ได้หลายรายการ มากันที่ฝั่งทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดกันบ้าง เริ่มขึ้นในปี 2010 เป็นทีมน้องใหม่ที่เกิดขึ้นมาไม่ถึง 10ปี แต่สามารถสร้างผลงานคว้าชัยชนะได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นแชมเปี้ยนหลายสมัยเรียกได้ว่า แม้มาทีหลังก็เก่งระดับทีมในตำนานเหมือนกัน โดยมีดาวเด่นอย่าง จักรพันธ์ แก้วพรม เขาเคยอยู่ทีมเมืองทองมาก่อน และได้ย้ายมาอยู่ทีมบุรีรัมย์ คว้าแชมเปี้ยนหืทีมมาได้มากมาย และคนต่อมาคือ แฟรงค์ อาเชียมปง นักเตะแข้งทองคำที่ก่อนจะเข้าไปเล่นในรายการใหญ่ระดับโลก เขาเคยเป็นนักเตะขวัญใจชาวบุรีรัมย์มาก่อน

ถึงแม้ว่าศึกแห่งสายเลือดอย่างทีม เมืองทอง ยูไนเต็ดและทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด เลือดพล่าน ทำให้แฟนบอลได้ร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันอย่างสนุกสนานติดขอบสนาม แล้วก็ควรเชียร์กีฬากันอย่างมีสติ ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินแม้ว่าในบางครั้งอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจแฟนบอลบ้างก็ตาม สามารถติดตามรับชมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ที่ www.บอลออนไลน์.com โดยเข้าไปที่ สโบเบท

Article By :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *